การเลี้ยงปลาสิงห์ดำ แทงบอล ปลาทองแห่งโชคลาภและฮวงจุ้ย

ปลาสิงห์ดำ

ปลาสิงห์ดำ

ปลาสิงห์ดำตามิดแบบละเอียด สิงดำตามิดหรือว่า COMEBACK หรือที่เรารู้จักกันในนามของปลาทองสีดำ แต่ทว่าชื่อจริงๆ ขิงมันแล้วคือปลาสิงห์ดำ ซึ่งต่างจากปลาทอง นั่นคือข้อสังเกตง่ายระหว่างปลาสิงห์และปลาทองนั่นคือ ปลาทองจะมีครบด้านบน ส่วนทางด้านของปลาสิงห์นั้นจะไม่มีครีบด้านบน และปลาสิงห์นั้นมีทั้งแบบหัวที่เป็นวุ้นและธรรมดา ส่วนเรื่องขนาดตัวนั้นแล้วแต่สายพันธ์ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่แตกต่างกันไปแทงบอล ปลาทองทุกสายพันธ์ที่เลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนั้นได้ถือกำเนิดในประเทศจีนมาช้านานแล้ว ต่อมาก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในหลายประเทศ โดยตั้งแต่ในอดีตนั้นปลาทองมีการเพราะเลี้ยงในประเทศไทยและได้ถูกพัฒนาผสมพันธ์ข้ามสายพันธ์ไปต่างๆ ให้มีความสวยงามมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าปลาทองชนิดใดถือกำเนิดในประเทศไทย เซียนปลารุ่นเดอะแทงบอล ลั่นไกฟันธงไปเลยว่า สิงห์ดำตามิด เปแนปลาทองหัวสิงห์ชนิดหนึ่งที่ตัวดำปิ๊ดปี๋ วุ้นปิดหน้าปิดตา หลังโค้งเป็นรูปไข่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของปลาสิงห์นั่นเอง เป็นปลาที่นักเพาะพันธุ์ไทยเราเป็นคนทำคลอดตัดสายสะดือให้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรกที่เมืองสยามนี้เอง

ปลาสิงห์ดำ

ปลาสิงห์ดำ

ในปัจจุบันปลาสิงห์ดำถูกนำมาเพราะเลี้ยงร่วมกันปลาทองชนิดอื่นๆ อย่างแพร่หลายเนื่องจากว่า บางผู้เลี้ยง เลี้ยงเพื่อโชคลาภ หรือว่าเป็นฮวงจุ้ยก็มี แต่วันนี้มาเสนอวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องสำหรับปลาสิงห์ สำหรับการเลี้ยงปลาสิงห์ดำตามิดแสดงแดดและน้ำสะอาด ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ปลาควรได้รับแสดงแดดเป็นเรื่องสำคัญ  ส่วนเรื่องน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงนั้นต้องไม่มีคลอรีนส์อยู่ในนั้นเนื่องจากจะทำให้ปลาน็อค เมื่อน้ำมีกลิ่นเหม็นควรรีบเปลี่ยนเพื่อให้เกิดเห็บที่ตัวปลาสิงห์ เห็บสำหรับปลาทองถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แทงบอล ปลาป่วยและเสียชีวิตได้ง่ายที่สุด

ปลาสิงห์ดำ

ปลาสิงห์ดำ

อ่านเพิ่มเติม

ปลา-ปลาฟิชโช่ ปลาปักเป้าเขียวจุด น่ารักน่าเอ็นดู

ปลาฟิชโช่
ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาปักเป้าจุดดำ หรือ ปลาปักเป้าเขียวจุด (อังกฤษ: Green spotted puffer) เป็นปลาปักเป้าชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tetraodon nigroviridris ในวงศ์ปลาปักเป้าฟันสี่ซี่ (Tetraodontidae) มีรูปร่างกลมป้อม หัวท้ายเรียว ปากเล็ก ตาโต ด้านหลังและด้านท้องมีผิวสากเป็นหนามเล็กละเอียด ด้านท้องนิ่มขยายตัวได้มาก ครีบหลังเล็กเช่นเดียวกับครีบก้น พื้นลำตัวเป็นสีเหลืองสด ท้องสีขาว มีจุดกลมสีดำกระจายอยู่ทั่วตัวมีขนาดความยาวเต็มที่ 17 เซนติเมตร พบกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่น้ำกร่อยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยพบมากบริเวณป่าชายเลน นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง เป็นปลาชนิดหนึ่งที่สามารถปรับตัวไดทั้งในน้ำเค็ม, น้ำกร่อยและน้ำจืดมักนิยมถูกจับมาเป็นปลาสวยงาม มีชื่อเรียกในแวดวงปลาสวยงามว่า “ฟิชโช่” นับเป็นปลาปักเป้าชนิดหนึ่งที่มีนิสัยไม่ดุร้ายเมื่อเทียบกับปลาปักเป้าชนิดอื่น ๆ แต่ก็ไม่ควรที่จะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

ปลาฟิชโช่

อ่านเพิ่มเติม

ปลา-ปลาหมอสี ปลาหัวโตสีแดงที่กำลังได้รับความนิยม

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม : ปลาหมอสี เป็นปลาที่กำลังเป็นที่นิยมของนักเลี้ยงปลาบ้านเรา แรกทีเดียวก่อนที่จะเข้ามาสู่ตลาดเอเชียนั้น ได้รับความสนใจและนิยมเลี้ยงกันในแถบอเมริกา ยุโรปกันก่อนแล้ว เพราะเป็นปลาตู้ที่เลี้ยงง่าย มีสีสันโดดเด่น สวยงาม และแปลกตาของนักเลี้ยงปลาสวยงาม

แหล่งกำเนิด ปลาหมอสี : ปลาหมอสี มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ตามลุ่มน้ำหรือทะเลสาบในต่างประเทศ มีนิสัยค่อนข้างรักถิ่นฐาน หากมีปลาอื่นบุกรุกเข้ามาในเขตของมัน มันก็จะขับไล่ผู้บุกรุกออกไป

 

การเลี้ยงปลาหมอสี
ปลาหมอสีสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสี ควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุด ปลาหมอสีกินพืช ควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยง กับอาหารสำเร็จรูปที่ใช้โดยทั่วไปควรมีส่วน ประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ธรรมชาติของปลาหมอสี เป็นปลาที่อดทน สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากท่านไม่อยู่บ้าน 5 – 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ แม้ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติมีอาหารจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใดๆ ทั้งสิ้น

สายพันธุ์ ปลาหมอสี
ปลาหมอสีสกุลแอริสโทโครมิส
ปลาหมอสีสกุลออโลโนคารา
ปลาหมอสีสกุลโคพาไดโครมิส
ปลาหมอสีสกุลลาบิโอโทรเฟียส

การเพาะเลี้ยงปลาหมอสี
ปลาหมอสี เป็นปลาสวยงามอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น จากนักเลี้ยงปลา ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเป็นงานอดิเรกถึงแม้ว่าปลากลุ่ม นั้นส่วนใหญ่เป็นปลานำเข้าจากทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้และกลุ่มประเทศอเมริกากลาง จัดอยู่ในวงศ์ชิลคลิดี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

หลักทั่วไปใน การเลี้ยง ปลาหมอสี

1. น้ำต้องสะอาดไม่ควรมีเชื้อโรค ห้ามใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกน้ำโดยตรง เฉพาะคลอรีนและปูนที่อยู่ในน้ำจะฆ่าปลาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ควรพักน้ำประปา ไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้
2. ใช้เครื่องกรองน้ำ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปเลือกให้เหมาะกับขนาดของตู้

3. ขนาดของตู้เลี้ยงควรจะใหญ่สักหน่อย ถ้าเลี้ยงพวกหมอสีพันธุ์เล็ก ความยาวของตู้ไม่ควรต่ำกว่า 24 นิ้ว ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 36 นิ้ว ควรมีสัก 2 ตู้ เพื่อเป็นตู้พักปลา 1 ตู้ ตู้เลี้ยง 1 ตู้

4. อาหารปลาหมอสีกินอาหารสำเร็จรูปได้ดี ซึ่งเราหาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าที่บ้านใกล้แหล่งเพาะยุงหรือใกล้บริเวณที่มี ลูกน้ำลูกไรมาก และหาได้สะดวกก็ให้ลูกน้ำ ลูกไร เป็นอาหารจะดีมากทั้งประหยัดเงินและมีอาหารที่มีคุณค่าดี

5. ก้อนหิน ก้อนกรวด พันธุ์ไม้น้ำที่เราคิดว่าจะจัดลงไปในตู้นั้นควรจะทำความสะอาดให้ดี ก้อนหินก็ควรจะแช่น้ำลดความเป็นด่างลงพันธุ์ไม้ น้ำก็ควรจะพักไว้ในถัง หรือ ตู้อื่นๆ รอจนมันฟื้นตัวได้แล้วค่อยนำมาจัดในตู้

6. ตู้ปลาควรจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักน้ำ เพื่อเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาได้สะดวก ปัญหานี้ดูเหมือนเล็กแต่ก็มีหลายๆรายที่เลิกเลี้ยงปลา เพราะต้องเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาบางรายถึงขั้นทะเลาะกันเพราะเกี่ยงกันเปลี่ยน น้ำตู้ปลา บางรายถูกคำสั่งห้ามเลี้ยงหลังจากการเปลี่ยนน้ำตู้ปลาผ่านไปไม่ถึงครึ่ง ชั่วโมง เพราะขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาบริเวณระหว่างที่พักน้ำกับตู้ปลาจะกลายเป็นเขต อันตรายสูงสุดต่อชีวิตของคนแก่และเด็ก รวมทั้งสตรีมีครรภ์ไปในทันที การลื่นหกล้มในบริเวณนี้จะเกิดขึ้นบ่อยมาก

7. เวลา ถ้าคุณต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่งและกลับถึงบ้านประมาณไม่ถึงสี่ทุ่มดี ในวันปกติ วันเสาร์ต้องตื่นสิบโมงเช้าเพื่อนอนชดเชยพอตื่นก็ต้องทำงานบ้านจิปาถะที่ ค้างตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ แล้วก็ขอแนะนำว่าไปปลูกต้นไม้ดีกว่าเพราะปลาที่คุณเลี้ยงไว้นั้นมันพากันตาย หมดแล้ว ก่อนเลี้ยงปลาต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาไหม และคนรอบข้างจะยินดีไหมที่คุณจะเลี้ยงปลา เพราะคนรอบข้างนั้นก็คือคนงานของคุณขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลา ถ้าเกิด คนงานสไตรท์ขณะเปลี่ยนน้ำไปได้ครึ่งเดียว ภาระทั้งหมดก็จะอยู่ที่คุณคนเดียวจริงๆ

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

เมื่อหลัก 7 ประการ นี้คุณแก้ปัญหาได้แล้ว คราวนี้ก็เริ่มลงมือเลี้ยงกันได้ สมมุติว่าตู้ปลาจัดตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ตำราก็อ่านแล้วมีความมั่นใจ 100% ถุงใส่ปลาถูกแกะออกปลาฝูงแรกถูกปล่อยลงตู้แล้วทุกตัวพร้อมใจกันว่ายเข้าหา ที่ซ่อน ไม่ต้องตกใจนั่นเป็นสัญญาณของปลา สักครู่ตัวที่กล้าหน่อยหรือตกใจน้อยหน่อยจะเริ่มว่ายน้ำสำรวจที่อยู่อาศัย ใหม่ ตัวอื่นๆก็จะตามมาที่มีนิสัยรวมฝูงก็จะรวมกัน บางตัวก็ว่ายเที่ยวแล้วแต่ชนิดและนิสัยของแต่ละตัวไม่ต้องให้อาหารวันที่สอง เมื่อปลาส่วนใหญ่สงบลงแล้วเริ่มให้อาหารเล็กน้อยเป็นอาหารมีชีวิตได้ก็ดีถ้า ไม่มีอาหารเม็ดก็ได้ ให้น้อยๆดูจนกว่าปลาจะกินอาหารเม็ดหมด ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง ถ้ามีเศษอาหารเหลือก็ให้ตักออกทิ้งไป สัปดาห์แรกผ่านไปคุณจะรู้สึกว่าตัวเองกะประมาณอาหารที่ให้ปลาได้ดีขึ้น

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

ปลาสวยงาม ปลาหมอสี

อาหารที่ให้ไม่ค่อยเหลือ ซึ่งจะดีมากน้ำจะใสไม่เสีย ถ้ามีปลาตายก็รีบตักออกไปจากตู้โดยเร็ว สังเกตุด้วยว่าตายสภาพอย่างไร ถ้าครีบขาดรุ่งริ่งแสดงว่ามันกัดกัน แยกตัวที่ก้าวร้าวออกไปใส่ไว้ในตู้พักปลา ถ้าภายในสภาพตัวยังสมบูรณ์ก็เกิดจากหลายสาเหตุ และตายติดต่อกันทุกวันก็ต้องเปิดตำราและถามผู้รู้แล้วละ สัปดาห์ที่สอง-สาม-สี่ ปลาก็จะเริ่มคุ้นกับคุณแล้วละมันจะเริ่มมาหาคุณไม่กลัวคุณ ยิ่งคุณอยู่ดูมันมากเท่าใดมันก็จะยิ่งคุ้นกับคุณมากขึ้นเท่านั้น การสื่อสารระหว่างคุณกับปลาก็จะยิ่งรู้เรื่องกันมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม

ปลา-ปลากระเบนโมโตโร่ การเพราะพันธุ์ปลากระเบนโมโตโร่

ปลาสวยงาม : การเพาะพันธ์กระเบนโมโตโร่

กระเบนโมโตโร่

กระเบนโมโตโร่

1. กระเบนโมโตโร่ มันเป็นปลาไวไฟ โตไว เข้าสู่วัยเจริญพันธ์ สมสู่กันได้ตั้งแต่อายุปีกว่าเท่านั้น

2.  กระเบนที่ตั้งท้องครอกแรกนั้นอาจจะให้ลูกน้อย อาจจะให้ลูกแค่ตัวเดียวหรือสองตัว ทำให้ท้องไม่นูนโตจนเป็นที่สังเกตได้จากสายตา ยิ่งด้วยการที่เลี้ยงกระเบนในบ่อที่มีระดับน้ำลึกเมตรกว่านั้นจึงทำให้สังเกตตัวปลาได้ไม่ชัดเจนนัก จะรู้อีกทีว่าปลาท้องคือเห็นแม่ปลาได้คลอดลูก เห็นลูกปลาออกมาแหวกว่ายแล้ว

3. กระเบนเพศผู้ที่ใช้เป็นพ่อพันธ์มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย คงต้องใช้เวลาอีกสักพักให้ตัวผู้มีความพร้อม โตขึ้นมามีขนาดใกล้เคียงกับตัวเมียก่อนจึงสามารถทำการผสมพันธ์ได้

4. กระเบนสาวทั้งหลายที่ตั้งท้องจะแสดงอาการตะกละตะกราม มีความอยากอาหารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  กินเก่งกินไวขึ้น ดูดกุ้งเข้าปากกันอย่างกับเครื่องดูดฝุ่น

5. กระเบนสาวทั้งหลาย ถ้ามีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย เป็นแผลยับเยินตามขอบลำตัว เป็นรอยเว้าแหว่งก็ให้สันนิษฐานได้ว่าตัวผู้มันพร้อมจะผสมพันธ์แล้ว

6. กระเบนที่ตั้งกำลังตั้งท้องนั้น บริเวณกกหางจะพองนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ ซึ่งเป็นบริเวณที่ตัวอ่อนกระเบนน้อยๆอัดรวมตัวอยู่ในท้องแม่นั่นเอง ( ถ้าเลี้ยงในตู้ซึ่งสามารถมองจากด้านข้าง จะเห็นได้ว่าส่วนท้ายของลำตัวจะนูนขึ้นมาสูงกว่าส่วนหัว) ซึ่งระยะเวลาในการตั้งท้องของปลากระเบนก้อประมาณ 120 วัน

7. การดูแลแม่ปลาที่ตั้งท้องนั้นควรให้อาหารให้เพียงพอเพราะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของลูกปลา ไม่ควรโยกย้ายหรือรบกวนแม่ปลาที่ท้องแก่ เพราะอาจทำให้ตกใจหรือแท้งได้

8. การคลอดลูก ช่วงหัวค่ำ (หลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว) พบว่าแม่ปลาโมโตโร่แสดงอาการผิดปกติ คือขึ้นมาว่ายลอยบริเวณผิวน้ำแบบหลังพ้นน้ำเลยทีเดียว สามารถเอามือแตะได้โดยปลาไม่ตกใจ **** การลอยผิวน้ำนั้น เหมือนอาการเจ็บท้อง เป็นอาการเตือนว่าเจ้ากระเบนนั้นกำลังจะคลอดลูกแล้ว

9. หลังจากที่ลูกปลาออกมาดูโลก มันก็จะว่ายน้ำได้เลย และลูกปลาจะมีสัญชาตญาณที่จะต้องว่ายไปประกบกำแพงเพื่อหลบหลีกจากการที่ถูกกระเบนขนาดใหญ่กว่าครอบหรือทับเอา

10. สังเกตว่าพ่อปลาตัวนี้มีพฤติกรรมไล่กัดลูกปลาจึงต้องรีบจัดแจงตักลูกปลาขึ้นมาอนุบาลต่างหาก เมื่อนำลูกปลาขึ้นมาอนุบาลในตู้ 36 นิ้วจะสังเกตถุงไข่แดงใต้ท้องได้อย่างชัดเจน ซึ่งถุงไข่แดงยุบหายไปภายใน 3-5 วันครับ

11. ลูกกระเบนที่คลอดออกมาสามารถแบ่งแยกเพศได้เลยครับเพราะปลาเพศผู้จะมี claspers หรืออวัยวะเพศขนาดจิ๋วได้อย่างชัดเจนครับ

12. การผสมพันธุ์ ต่อเนื่องจากการยืนดูแม่ปลากระเบนออกลูกจนเสร็จสิ้น พ่อปลาจะเข้าทำการผสมพันธุ์ต่อเลย  โดยตลอดช่วงเวลาที่แม่กระเบนคลอดลูก พ่อปลาจะแสดงอาการ active ตลอดเวลา คิดว่าเป็นเพราะมันได้กลิ่นคาวของของเหลวที่ออกมาจากตัวแม่ปลานั่นเอง  โดยการผสมพันธุ์จะเริ่มจากการที่กระเบนตัวผู้จะว่ายตามตัวเมีย มีการใช้ปากงับตามขอบลำตัวของตัวเมียบ้างเพื่อเป็นการให้ตัวเมียยินยอมทำการผสมพันธ์ บางครั้งที่ตัวเมียไม่ให้ความร่วมมือ ตัวผู้อาจจะต้องใช้กำลังชายหนุ่มเข้าร่วม จึงทำให้มีรอยกัดรอบลำตัวที่รุนแรง เลือดตกยางออกไปได้เหมือนกัน ซึ่งบาดแผลเหล่านี้ในกรณีที่ไม่รุนแรงนัก บาดแผลจะประสานกันเองในเวลาไม่นานนัก หลังจากที่ตัวเมียโอเคตกลง พ่อปลาจะกลับตัวว่ายหงายท้องประกบตัวเมีย (ท้องประกบท้อง ตัวผู้อยู่ด้านล่าง ตัวเมียด้านบน เหมือนขนมครก) ตัวผู้สอด clasper เข้าไปทำท่ายึกยักๆ เกือบ 10 วินาที การผสมพันธุ์ก้อสิ้นสุด ตัวผู้กลับตัวสู่ท่าว่ายน้ำปกติ แยกย้ายต่างคนต่างอยู่กันต่อไป    อีกประมาณ 120 วันก็มานั่งลุ้นลูกปลาครอกใหม่กันต่อไป

เพื่อนๆครับก่อนที่จะลากันไปก็อย่าลืมผู้สนันสนุนเว็บเราด้วยนะครับ เว็บ sbobet เว็บพนันที่ดีที่สุดในเอเชีย

อ่านเพิ่มเติม

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์

        ปลาปอมปาดัวร์ มีซื่อภาษาอังกฎษ คือ Discus Fish เป็นปลาในตระกูล Cichlid เป็นปลาที่น่าสนใจของนักเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพราะมีราคาซื้อขายค่อนข้างสูงทีเดียว สามารถส่งขายออกต่างประเทศได้อีกด้วย ตลาดรับซื้อลูกปลามีไม่จำกัด นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีสภาพอากาศเหมาะสมในการเพาะพันธุ์ และอาหารของปลาจากธรรมชาติ เช่น ลูกน้ำ หนอนแดง ไข่กุ้ง ก็หาง่ายและไม่แพงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาของลูกปลา เป็นสิ่งกระตุ้นทำให้มีผู้สนใจไปลองเพาะเลี้ยงกันมาก แต่ส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จซักเท่าไหร่ เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างที่สำคัญคือ การดูแลเอาใจใส่ การเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้ขึ้นอยู่กับดวง ผู้เพาะเลี้ยงปลามือใหม่ มักประสบความสำเร็จในช่วงแรกๆ แต่ถ้าขยายกิจการให้ใหญ่มากขึ้นก็จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ หรืออาจประสบกับการขาดทุนถึงกับขายตู้ปลาทิ้งไปเลยก็เป็นได้ ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าผู้ลองเลี้ยงในระยะแรกจะมีพ่อแม่ปลาเพียงแค่ 2-3 คู่ มักจะดูแลเอาใจใส่ด้วยตนเองเป็นอย่างดี และทั่วถึงแต่เมื่อขยายกิจการทำให้การดูแลได้ไม่ทั่วถึง หรือให้ผู้อื่นทำแทน และขาดความระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เนื่องจากปลาปอมปาดัวร์จัดเป็นปลาที่รักความสะอาดมาก ปลาปอมปาดัวร์จึงไม่นิยมเลี้ยง ปลาชนิดนี้ใช้เครื่องกรองน้ำในตู้เหมือนปลาชนิดอื่นๆ แต่จะใช้วิธีการถ่ายน้ำเก่าออกแล้วเติมน้ำใหม่ไปแทน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ปลาเจริญเติบโตได้รวดเร็ว และเพาะพันธุ์ได้คุ้มค่ากับการลงทุน

 

วิธีเพาะพันธุ์ :

        เมื่อพ่อแม่ปลาเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ และวางไข่ได้ให้นำโดมสำหรับปลาวางไข่มาใส่ไว้ในตู้เพื่อเป็นการฝึกให้ปลาวางไข่ที่โดม ซึ่งในการเพาะพันธุ์นี้ก็ควรคำนึงถึง

ตู้ปลา : ควรวางตู้ปลาชิดและขนานกับผนังห้อง ไม่ควรวางตู้ขวางออกมาเพราะจะทำให้ปลาตกใจหรือตื่นคนง่าย ตู้ที่นิยมทำการเพาะเลี้ยง คือ ตู้ขนาด 30x20x20 นิ้ว โดยให้ทาสีฟ้าหรือเขียวอ่อน 3 ด้าน

แสงสว่าง : ในขณะทำการเพาะไม่ควรให้แสงสว่างมากควรให้แสงสว่างแต่พอควร และในบริเวณที่เพาะไม่ควรมีคนพลุกพล่านนอกจากผู้ทำการเพาะเลี้ยง ควรระมัดระวังเกี่ยวกับคนเดินผ่านตู้เพราะทำให้ปลาตกใจได้

ห้องเพาะพันธุ์ปลา : ควรจะเป็นห้องที่แยกออกจากห้องเลี้ยงปลาเพราะแสงสว่างและช่วงเวลาการเปลี่ยนน้ำมักจะไม่ตรงกันจะทำให้รบกวนปลามาก ในฤดูร้อน ห้องเพาะควรมีการระบายอากาศบ้างเล็กน้อย ส่วนในฤดูหนาวควรปิดห้องเพื่อควบคุมให้มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้อยที่สุดและโดยที่ห้องเพาะส่วนใหญ่จะปิดมิดชิดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้อยจึงไม่นิยมใช้ฮีทเตอร์ในระหว่างการเพาะพันธุ์

การวางโดม : ควรวางคนละมุมกับหัวพ่นฟองอากาศเพื่อป้องกันปลาตกใจและวางโดมให้ชิดผนังตู้ด้านหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้ปลาติดหลังโดมและไม่ควรเปิดฟองอากาศให้แรงนัก

ในระหว่างการเพาะพันธุ์ : ตัวเมียจะเห็นส่วนท้องอูมชัดเจน ก่อนปลาวางไข่ 3-4 วัน ปลาจะมีอาการสั่นทั้งตัวผู้และตัวเมีย ในวันที่ปลาวางไข่จะสามารถสังเกตได้โดยดูอาการทั้งตัวผู้และตัวเมียจะไม่ยอมออกห่างจากโดมและช่วยกันแทะเล็มโดมเพื่อทำความสะอาดตลอดเวลา จากนั้นตัวเมียจะวางไข่บนโดมครั้งละ 15-30 ฟอง แล้วตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อลงบนไข่แม่ปลาจะใช้เวลาในการวางไข่ประมาณ 2 ชั่วโมง วางไข่ 100-300 ฟอง ไข่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มิลลิเมตร สีเทาอมเหลือง ในบางครั้งไข่อาจจะมีสีเหลืองอมแดงเนื่องจากปลาปอมปาดัวร์ในประเทศไทยเลี้ยงด้วยไข่กุ้งทำให้มีผลต่อสีของไข่ หลังจากปลาผสมพันธุ์และวางไข่แล้วจึงใส่ยาปฏิชีวนะได้แก่ Tetracyclin อัตราส่วน 2 เม็ดต่อ 1 ตู้ ในระยะนี้ตัวผู้และตัวเมียจะว่ายวนเวียนโบกพัดน้ำไปยังไข่เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนและไม่ให้สิ่งสกปรกตกลงบนไข่ จากนั้นนำตะแกรงตาถี่ขนาดช่องตาครึ่งเซนติเมตรมาครอบลงบนโดมให้มีระยะห่างระหว่างโดมและตะแกรงประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันปลาย้ายไข่หรือถ้าปลาตกใจอาจจะกินไข่ได้ พร้อมกับนำตะแกรงขนาดช่องตา 1 นิ้ว กั้นแยกตัวผู้ออกจากตัวเมียและไข่ เพื่อป้องกันปลาผสมกันและวางไข่อีก ซึ่งถ้าปลาวางไข่อีกจะกินไข่ที่วางไว้ก่อนแล้วออกหมดและป้องกันการกัดกันเพราะแย่งกันเลี้ยงลูก การแยกกันนี้จะต้องแยกให้ตัวเมียอยู่ใกล้กับไข่เพราะจะทำให้ทั้งตัวเมียและตัวผู้ช่วยกันเลี้ยงลูก แต่ถ้าแยกให้ตัวเมียอยู่ด้านนอกและตัวผู้อยู่ด้านในตัวเมียจะไม่คุ้นกับลูกจะกินลูกของตัวเอง แต่ทั้งนี้การแยกต้องให้ทั้งตัวผู้และตัวเมียสามารถมองเห็นไข่ที่วางติดโดมไว้ได้เพื่อจะได้ไม่กินลูกปลา

 

วิธีอนุบาลลูกปลา :

        หลังจากแม่ปลาวางไข่ 3 วัน ลูกปลาจะฟักเป็นตัว แต่จะยังอยู่ในบริเวณเปลือกไข่ จะเห็นส่วนหางเต้นไปมา ส่วนหัวจะเป็นจุดสีดำ ในระยะนี้ลูกปลาจะไม่กินอาหารเพราะมีถุงไข่ อยู่ในบริเวณท้องหลังจากนั้นอีก 3 วัน คือวันที่ 6 หลังจากเมื่อปลาวางไข่ ลูกปลาจะเริ่มว่ายน้ำมาเกาะเพื่อกินเมือกบริเวณลำตัวพ่อแม่ปลา สีของลำตัวของพ่อแม่ปลาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นจนเกือบดำ พ่อแม่ปลาจะพยายามอมลูกปลาแล้วพ่นไปที่โดม เป็นระยะที่สำคัญมาก ถ้าพ่อแม่ปลาตกใจจะกินลูกปลาเข้าไปเลย และควรระมัดระวังการให้อาหารพ่อแม่ปลา อย่าให้อาหารมากเพราะจะทำให้น้ำเน่าเสียเนื่องจากจะไม่มีการเปลี่ยนน้ำในระยะนี้

ในวันที่ 7 มีการถ่ายน้ำพร้อมกับดูดตะกอนออก ควรระมัดระวังลูกปลาจะติดไปในระหว่างดูดตะกอน ให้เหลือน้ำประมาณครึ่งตู้ก็พอ

ในวันที่ 8 ค่อย ๆ ดูดตะกอนและเริ่มเติมน้ำโดยใช้สายยางเล็ก ๆ หยดน้ำลงไปคล้ายกับการให้น้ำเกลือเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด โดยถ้าถ่ายน้ำตอนเช้าจะต้องเติมน้ำโดยใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง จึงจะได้ระดับครึ่งตู้เท่ากับเมื่อวันที่ 7 และเปลี่ยนน้ำแบบนี้ไปทุกวัน

ในวันที่ 13 ลูกปลาเริ่มว่ายน้ำไปมาอย่างอิสระบ้างแต่ยังกินเมือกของพ่อแม่ปลาเป็นอาหารอยู่ สามารถให้อาหารเสริมได้ คือ อาร์ทีเมียที่เพาะใหม่ๆ หรือลูกของไรแดง

การแยกลูกไรแดงออกจากไรแดงตัวโต สามารถทำได้โดยใช้กระชอนตาถี่ที่ลูกไรสามารถลอดออกมาได้ไปช้อนไรแดงแล้วแกว่งในกะละมังที่มีน้ำอยู่ ลูกไรแดงจะหลุดออกมาอยู่ในกะละมัง แต่ไรแดงตัวโตไม่มีทางลอดออกมาได้ จากนั้นจึงใช้กระชอนตาถี่ที่เล็กกว่าขนาดลูกไรไปช้อนมาอีกทีก็จะได้แต่เฉพาะลูกไรแดงขึ้นมา การให้ลูกไรแดงควรระมัดระวังไรชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายไรแดงแต่มีเปลือกแข็งคล้ายแมลง เพราะถ้าลูกปลากินเข้าไปอาจะทำให้ตายได้

ในวันที่ 17 สามารถแยกแม่ปลาออกจากลูกปลาได้ในระยะนี้ และลูกปลาขนาดนี้ซึ่งเรียกว่าระยะแกะออกจากแม่หรือขนาดเม็ดแตงโมขายได้ในราคาตัวละ 7-8 บาท หรือจะเลี้ยงต่อไปจนอายุ 1 เดือน จนถึงขนาดเหรียญบาทโดยมีราคาตัวละ 20-30 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ความต้องการของตลาด ในระยะนี้ควรหัดให้ลูกปลากินไข่กุ้งเพื่อเป็นการเร่งสีซึ่งจะทำให้ปลามีสีแดงขึ้นและขายง่ายขึ้น ได้ราคาดีอีกด้วย

พ่อแม่ปลาที่แยกออกจากลูกปลาในระยะที่ลูกปลามีอายุ 17 วันนั้นจะผสมพันธุ์และวางไข่ได้อีกโดยใช้เวลาพักตัวประมาณ 1 อาทิตย์ ในระยะพักตัวนี้ควรให้อาหารเสริมจำพวกวิตามิน E, K หรือวิตามินรวม เพื่อป้องกันโรคทำให้ปลาขาดวิตามิน E, K ซึ่งอาจทำให้ปลาตัวผู้นี้มีโอกาสเป็นหมันอย่างถาวร และตัวเมียเป็นหมันชั่วคราวได้ โดยใส่วิตามิน E, K หรือวิตามินรวมลงไปในอาหาร และแช่ทิ้งไว้ก่อนให้ประมาณ 20 นาที

ในบางครั้งเมื่อเพาะปลาจะประสบกับปัญหาไข่เสียไม่ฟักเป็นตัวซึ่งมีสาเหตุอาจเนื่องจากตัวผู้มีน้ำเชื้อไม่ดี เพราะเพาะพันธุ์บ่อยจนเกินไป หรือเพราะน้ำมีคลอรีน ผู้เพาะเลี้ยงปลาบางรายจึงมีปลาตัวผู้หลายตัวไว้สับเปลี่ยนกัน แต่ถ้าสับเปลี่ยนตัวผู้แล้วไข่ยังเสียติดต่อกัน 4-5 ครั้ง หรือเมื่อตัวเมียวางไข่แล้วไข่หลุดออกจากโดมก็ควรพักพ่อแม่ปลาประมาณ 1 เดือน


รูปภาพเพิ่มเติม :

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์

 เพื่อนๆครับก่อนที่จะลากันไปก็อย่าลืมผู้สนันสนุนเว็บเราด้วยนะครับ เว็บ sbobet เว็บพนันที่ดีที่สุดในเอเชีย

 

อ่านเพิ่มเติม